หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
79
พระเรวตเถระ เมืองหน้าด่านเป็นเมืองอันเขาคุ้มครอง แล้วทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลาย จงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิด ขณะอย่าได้ล่วงเลย ท่านทั้งหลายไปเสีย เราไม่ยินดีต่อความตาย ไม่เพลิดเพลินต่อความเป็นอย
หน้า2
80
เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลินเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะ รอท่าเวลาตาย ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.มก.๕๒/๔๖๕/๓๘๑
พระปาราสริยเถระ และการรักษาอินทรีย์
81
พระปาราสริยเถระ และการรักษาอินทรีย์
พระปาราสริยเถระ อินทรีย์ทั้งหลาย... ย่อมมีเพื่อประโยชน์ และไม่ใช่ประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งหลาย อินทรีย์ที่ไม่รักษา..... ย่อมไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ อินทรีย์ที่รักษา.. ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ บุรุษผู้รักษาแ
พระปาราสริยเถระกล่าวว่า อินทรีย์มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ แต่ต้องรักษาอินทรีย์ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น บุรุษที่รักษาและคุ้มครองอินทรีย์นั่นแล เป็นผู้ทำกิจที่
พระปาราสริยเถระและความหมายของร่างกาย
82
พระปาราสริยเถระและความหมายของร่างกาย
พระปาราสริยเถระ ร่างกายนี้ เต็มไปด้วยหนองเลือด และซากศพเป็นอันมาก อันนายช่างผู้ฉลาดทำไว้ เป็นของ เกลี้ยงเกลาวิจิตรงดงามดุจสมุก คนพาล ย่อมไม่รู้สึกว่า ร่างกายนี้เป็นของเผ็ดร้อน มีรสหวาน ชื่นใจ เกี่ยวพั
วรรณกรรมนี้กล่าวถึงมุมมองของพระปาราสริยเถระเกี่ยวกับร่างกายที่มีความสวยงามภายใต้ความทุกข์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนผ่านการเปรียบเทียบว่าเป็นของที่มีรสชาติหวานและเจ็บปวด การเข้าใจในความจริงนี้สามารถนำไปสู่
บทเรียนจากพระปาราสริยเถระ
83
บทเรียนจากพระปาราสริยเถระ
พระปาราสริยเถระ มุนี...จึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนกับบุรุษผู้ไม่ได้สวมรองเท้า ตั้งสติเที่ยวไปในถิ่นที่มีหนาม ฉะนั้น พระโยคี...เมื่อตามระลึกถึงวิปัสสนา ที่ปรารภแล้วในกาลก่อน ไม่ทอดทิ้งวัตรสําหรับภา
พระปาราสริยเถระเสนอแนวทางการตั้งสติและการปฏิบัติตนในวิถีทางของพระโยคี เมื่อเขาเดินทางในสถานที่ที่มีหนามก็เช่นเดียวกับการเดินด้วยความระมัดระวังและไม่ทอดทิ้งการภาวนาเพื่อให้บรรลุอมตบท โดยใช้แนวทางของวิป
หน้า6
84
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุ เมื่อบริโภคอาหารจะเป็นของสด หรือของแห้งก็ตาม ไม่ควรติดใจจนเกินไป ควรเป็นผู้มีท้องพร่อง มีอาหารพอประมาณ มีสติอยู่ การบริโภคอาหารยังอีก ๔-๕ คำจะอิ่ม ควรงดเสีย แล้วดื่มน้ำเป็นการสมค
หน้า7
85
อนึ่ง พระสารีบุตรเถระ การนุ่งห่มจีวรอันเป็นกัปปิยะ นับว่าเป็นประโยชน์ จัดว่าพอเป็นการอยู่สบาย ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว การนั่งขัดสมาธิ... นับว่าพอเป็นการอยู่สบาย ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ขุ.เถร.มก.๕
หน้า8
86
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุรูปใด.. พิจารณาเห็นสุข โดยความเป็นทุกข์ พิจารณาเห็นทุกข์ โดยความเป็นลูกศร ปักอยู่ที่ร่าง ความถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตน ในอทุกขมสุขเวทนา ไม่ได้มีแก่ภิกษุนั้น ภิกษุนั้น จะพึงติดอยู่ใน
หน้า9
87
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุใด... ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้า ยินดีในธรรมเครื่องเนิ่นช้า ภิกษุนั้น....ย่อมพลาดนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะอย่าง ยอดเยี่ยม ส่วนภิกษุใด....ละธรรมเครื่องเนิ่นช้า ได้แล้ว ยินดี
หน้า10
88
ภิกษุนั้น.... ย่อมบรรลุนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ อย่างยอดเยี่ยม ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.มก.๕๓/๒๓๐/๓๙๖
นรกและความตาย
89
นรกและความตาย
นรก พระสารีบุตรเถระ ความตายนี้ มีแน่นอนใน ๒ คราวคือ ในเวลาแก่ หรือในเวลาหนุ่ม ที่จะไม่ตายเลย...ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงบำเพ็ญ แต่สัมมาปฏิบัติเถิด ขอจงอย่าได้ปฏิบัติผิด อย่าพินาศเสียเลย ขณะ
บทความนี้กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับความตายที่ไม่หลีกเลี่ยงได้ในทุกช่วงชีวิต โดยพระสารีบุตรเถระได้เตือนให้ทุกคนบำเพ็ญสัมมาปฏิบัติและหลีกหนีจากการปฏิบัติที่ผิด ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายและความเศร้าโศกในอนาค
หน้า12
90
พระสารีบุตรเถระ บุคคลควรเห็นท่านผู้มีปัญญา ชี้โทษ มีปกติกล่าวข่มขี่ เหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้ ควรคบบัณฑิตเช่นนั้น ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่วเลย นักปราชญ์ก็ควรโอวาทสั่งสอน ควรห้ามผู้อื่นจากธรรมที่มิใ
หน้า13
91
ภิกษุ.. พระสารีบุตรเถระ ผู้สงบระงับ งดเว้นจากโทษเครื่องเศร้าหมองใจได้ อย่างเด็ดขาด มีปกติพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ลอยบาปธรรมเสียได้ เหมือนลมพัดใบไม้ร่วงหล่นไป ฉะนั้น ๑๐๐ วาทะ เถร ขุ.เถร.มก.๕๓/๒๓๒/๓
หน้า14
92
พระอานนท์เถระ คนที่เป็นชาย... มีการศึกษาเล่าเรียนมาน้อย ย่อมแก่เปล่า เหมือนกับโคที่มีกำลัง แต่เขาไม่ได้ใช้งาน ฉะนั้น เนื้อย่อมเจริญแก่เขา พระอานนท์เถระผู้ได้เล่าเรียนมามาก ย่อมปรากฏแก่เรา เหมือนคนตาบอ
หน้า15
93
พระอานนท์เถระ บุคคลควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้ที่ศึกษามาก แต่ไม่ควรทำสุตะที่ตนได้มาให้พินาศ เพราะสุตะที่ตนได้มานั้น เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น จึงควรเป็นผู้ทรงธรรม ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ ขุ.เถร.มก.๕๓/๓
หน้า16
94
มหากัสสปเถระ นักปราชญ์... ไม่ควรข้องในตระกูลทั้งหลาย เพราะเป็นเหตุทำใจให้ฟุ้งซ่าน ได้สมาธิโดยยาก ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตระกูล ย่อมต้องขวนขวายเข้าไปสู่ตระกูล มักติดรสอาหาร ย่อมละทิ้งประโยชน์ อันจะนำความสุ
หน้า17
95
พระมหากัสสปเถระ ผู้ใดไม่หวั่นไหว เพราะมานะ ๓ อย่าง ที่ถือว่าตัวเราเป็นผู้ประเสริฐกว่าเขา 9 เสมอเขา ๑ เลวกว่าเขา ๑ นักปราชญ์ย่อมสรรเสริญผู้นั้นแหละว่า เป็นผู้มีปัญญา มีวาจาจริง ตั้งมั่นดีแล้วในศีลทั้งห
พระมหากัสสปเถระ และแนวทางการเจริญสติ
96
พระมหากัสสปเถระ และแนวทางการเจริญสติ
พระมหากัสสปเถระ ภิกษุ...ผู้ยังมีใจฟุ้งซ่าน กลับกลอก ถึง จะนุ่งห่มผ้าบังสุกุล ภิกษุนั้น....ย่อมไม่งดงามด้วยผ้าบังสุกุล นั้น เหมือนกับวานรคลุมด้วยหนังราชสีห์ ฉะนั้น ส่วนภิกษุผู้มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกล
พระมหากัสสปเถระได้กล่าวถึงภิกษุที่มีใจไม่ฟุ้งซ่านและมีปัญญาเครื่องรักษาตน โดยเปรียบเทียบถึงความงามภายนอกที่ไม่สำคัญเท่ากับความงามภายใน ความงดงามที่แท้จริงเกิดจากความสำรวมและการนำสติไปสู่การปฏิบัติ.
หน้า19
97
พระมหาโมคคัลลานเถระ เราติเตียนกระท่อม คือสรีระร่าง อันสำเร็จด้วยโครงกระดูก อันฉาบทาด้วยเนื้อ ร้อยรัดด้วยเส้นเอ็น เต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น น่าเกลียด ที่คนทั่วๆ ไปเข้าใจว่าเป็นของผู้อื่น และเป
หน้า20
98
พระโมคคัลลานเถระ หากว่าคนพึงรู้จักสรีระของเธอ เช่นเดียวกับฉันรู้จัก ก็จะพากันหลบหลีกเธอไปเสียห่างไกล เหมือนบุคคลผู้ชอบสะอาด เห็นหลุมคูถในฤดูฝนแล้ว หลีกเลี่ยงไปเสียห่างไกล ฉะนั้น ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๓๓/๔๐๐ ๑